วันพุธ, พฤษภาคม 05, 2553

ถ้าเราถอย..เขามาแน่


บางคนที่ท้อแท้ในเวลานี้
เตือนสตินิดว่า้เรื่องมันไม่ได้จบลงแค่นี้
ตอนนี้เหมือนกำลังพักยก
โดยที่ทางเขาเอง
ก็ไม่ได้รู้่สึกว่าชนะแต่อย่างใด
ดังนั้น อย่าท้อใจค่ะเราถอยเมื่อไหร่เขามาแน่
อย่าท้อค่ะ
มาช่วยกันคิดดีกว่า เลือกตั้งคราวหน้า

ถ้าเราไม่อยากให้เขากลับมามีอำนาจ
เราจะทำยังไงกัน

ปัญหาซื้อเสียง ตอนนี้ไม่สำคัญเท่าปัญหาความเชื่อ
ปีกว่าๆ มวลชนรากหญ้าที่เคยไม่มีสี
สามารถพูดเรื่องการเมือง
เรื่องสถาบันได้เป็นฉากๆ ราวกับอยู่ในเหตุการณ์

ได้ยินมากับหู ใจหายแว๊บ นี้มันไปขนาดนี้แล้ว

ไม่จำเป็นที่จะให้เขาชอบคนที่เราชอบ แต่ทำอย่างไร
ให้เขาเพิ่มศักยภาพในการใช้วิจารณญาณให้มากขึ้น

ลองช่วยๆแชร์ความคิด
อย่างน้อยๆสำหรับคนที่เคยรักในหลวงมาก่ิอน
แล้วมาเข้าในใจผิดเพราะข่าวปล่อย
ซึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริง
มีเพียงเขาว่า...โดยไม่เคยรู้ว่าเขามันเป็นใคร
แนนจะลองแนะนำวิธีคิดง่ายๆ(จำเขามา แต่ใช้ไ้ด้ดี)

วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ
โยนิโส แปลว่า ถูกต้องแยบคาย มนสิการ แปลว่า ทำไว้ในใจ โยนิโสมนสิการหมายถึง การทำไว้ในใจโดยแยบคาย หรือการคิดถูกต้องตามความเป็นจริง โดยอาศัยการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและคิดเชื่อมโยงตีความข้อมูลเพื่อนำไปใช้ต่อไป

โยนิโสมนสิการมีวิธีคิดสรุปได้เป็นสี่แบบด้วยกัน ดังนี้

๑.อุปายมนสิการ คือคิดถูกวิธี การศึกษาต้องสอนให้คนมีวิธีคิด วิธีวิจัย และใช้วิธีการนั้นอย่างถูกต้องว่องไว

๒.ปถมนสิการ คือคิดมีระเบียบ การศึกษาจะต้องสอนให้คนคิดต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ ไม่กระโดดไปกระโดดมา คิดอย่างมีเป้าหมาย

๓.การณมนสิการ คือคิดมีเหตุผล รู้จักเชื่อมโยงว่าเหตุผลนี้นำไปสู่ผลอะไร หรือผลนี้มาจากเหตุอะไร

๔.อุปปาทกมนสิการ คือคิดเป็นกุศล เป็นการคิดเพื่อค้นหาแก่นสารสาระ เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารมากมาย ต้องรู้จักกรองเอาส่วนที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับเรา

หนึ่ง คิดอะไรก็ให้มีวิธีคิด
สอง ตั้งดวงจิตแน่วแน่ไม่แปรผัน
สาม ใช้เหตุผลแก้ปัญหาสารพัน
สี่ ต้องใจมั่นตามครรลองมองแง่ดี


ตามต่อได้ที่




เน้นว่าไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนเรา
อย่าลืม ...ถ้าเราถอยเมื่อไหร่เขามาแน่นอน
เขารอเวลาเราท้อใจอยู่

PSช่วยกระจายได้จะดี งานนี้เพื่อสถาบัน(ไม่อยากอ้างคำนี้เลย)แต่เพื่อความเข้าใจ ที่ถูกต้องค่ะ

ถ้าเราถอยเมื่อไหร่เขามาแน่นอน


บางคนที่ท้อแท้ในเวลานี้
เตือนสตินิดว่า้เรื่องมันไม่ได้จบลงแค่นี้
ตอนนี้เหมือนกำลังพักยก
โดยที่ทางเขาเอง
ก็ไม่ได้รู้่สึกว่าชนะแต่อย่างใด
ดังนั้น อย่าท้อใจค่ะเราถอยเมื่อไหร่เขามาแน่
อย่าท้อค่ะ
มาช่วยกันคิดดีกว่า เลือกตั้งคราวหน้า

ถ้าเราไม่อยากให้เขากลับมามีอำนาจ
เราจะทำยังไงกัน

ปัญหาซื้อเสียง ตอนนี้ไม่สำคัญเท่าปัญหาความเชื่อ
ปีกว่าๆ มวลชนรากหญ้าที่เคยไม่มีสี
สามารถพูดเรื่องการเมือง
เรื่องสถาบันได้เป็นฉากๆ ราวกับอยู่ในเหตุการณ์

ได้ยินมากับหู ใจหายแว๊บ นี้มันไปขนาดนี้แล้ว

ไม่จำเป็นที่จะให้เขาชอบคนที่เราชอบ แต่ทำอย่างไร
ให้เขาเพิ่มศักยภาพในการใช้วิจารณญาณให้มากขึ้น

ลองช่วยๆแชร์ความคิด
อย่างน้อยๆสำหรับคนที่เคยรักในหลวงมาก่ิอน
แล้วมาเข้าในใจผิดเพราะข่าวปล่อย
ซึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าจริง
มีเพียงเขาว่า...โดยไม่เคยรู้ว่าเขามันเป็นใคร
แนนจะลองแนะนำวิธีคิดง่ายๆ(จำเขามา แต่ใช้ไ้ด้ดี)

วิธีคิดแบบโยนิโสมนสิการ
โยนิโส แปลว่า ถูกต้องแยบคาย มนสิการ แปลว่า ทำไว้ในใจ โยนิโสมนสิการหมายถึง การทำไว้ในใจโดยแยบคาย หรือการคิดถูกต้องตามความเป็นจริง โดยอาศัยการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบและคิดเชื่อมโยงตีความข้อมูลเพื่อนำไปใช้ต่อไป

โยนิโสมนสิการมีวิธีคิดสรุปได้เป็นสี่แบบด้วยกัน ดังนี้

๑.อุปายมนสิการ คือคิดถูกวิธี การศึกษาต้องสอนให้คนมีวิธีคิด วิธีวิจัย และใช้วิธีการนั้นอย่างถูกต้องว่องไว

๒.ปถมนสิการ คือคิดมีระเบียบ การศึกษาจะต้องสอนให้คนคิดต่อเนื่องอย่างเป็นระบบ มีระเบียบ ไม่กระโดดไปกระโดดมา คิดอย่างมีเป้าหมาย

๓.การณมนสิการ คือคิดมีเหตุผล รู้จักเชื่อมโยงว่าเหตุผลนี้นำไปสู่ผลอะไร หรือผลนี้มาจากเหตุอะไร

๔.อุปปาทกมนสิการ คือคิดเป็นกุศล เป็นการคิดเพื่อค้นหาแก่นสารสาระ เมื่อได้รับข้อมูลข่าวสารมากมาย ต้องรู้จักกรองเอาส่วนที่เป็นประโยชน์และเหมาะสมกับเรา

หนึ่ง คิดอะไรก็ให้มีวิธีคิด
สอง ตั้งดวงจิตแน่วแน่ไม่แปรผัน
สาม ใช้เหตุผลแก้ปัญหาสารพัน
สี่ ต้องใจมั่นตามครรลองมองแง่ดี


ตามต่อได้ที่




เน้นว่าไม่จำเป็นต้องคิดเหมือนเรา
อย่าลืม ...ถ้าเราถอยเมื่อไหร่เขามาแน่นอน
เขารอเวลาเราท้อใจอยู่

PSช่วยกระจายได้จะดี งานนี้เพื่อสถาบัน(ไม่อยากอ้างคำนี้เลย)แต่เพื่อความเข้าใจ ที่ถูกต้องค่ะ

จดหมายจากแม่พลอย ถึงแม่ช้อย


"ช้อย..


ตอนนี้บ้านเมืองเรามองไปทางไหนก็ไม่ปกติ ฉันเองก็พยายามมองให้เห็นเป็นดีเท่าที่จะทำได้


ใจคอไม่เคยคิดโกรธเกลียดเคียดแค้นใครเลย จนเมื่อได้ออกจากแถวเต๊งไป แล้วมีคนมาเล่าให้ฟังถึงเรื่องที่มีคนพูดถึงในหลวงท่าน.. ในทางที่..ได้ยินแล้วก็สะท้อนใจว่า


คนเรามันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้เลยเทียวหรือ


จากวันที่ได้เห็นท่านเสด็จนิวัติพระนครเมื่อครั้งกระโน้น พระองค์เล็กนิดเดียวเอง..

ช้อยจำได้ใช่มั้ยที่เราไปยืนดูกัน ร้อนก็ร้อน คนก็แน่น..

ใครคนนึงร้องขึ้นมาว่า .. "ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน!"


จนถึงตอนนี้ กี่ปีเข้าไปแล้วนะช้อย ที่เราได้เห็นพระองค์ท่านอยู่ท่ามกลางประชาชน..เสมอ..

พระองค์ไม่เคยทิ้งประชาชนของพระองค์ท่านเลย!

แต่..ประชาชนบางกลุ่มบางพวก กำลังทอดทิ้งพระองค์ท่านรึเปล่าช้อย..


ฉันเองเขียนมาแบบนี้ก็เดาได้ว่า ช้อยคงแช่งชักหักกระดูกให้ธรณีสูบไอ้คนกลุ่มนี้อยู่แน่ๆ

เพราะช้อยก็เห็นไม่ต่างและไม่น้อยไปกว่าฉันเลย ถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีกับคนไทยโดยทั่วและโดยตลอด


แต่..ฉันไม่รู้ว่าช้อยจะคิดเหมือนฉันไหม


ที่คิดว่า หากได้ทรงทราบเรื่องคนกลุ่มนี้ พระองค์ท่านก็คงไม่ทรงถือสา กลับจะเมตตาด้วยซ้ำ!

เพราะฉันเชื่อเหลือเกินว่า คนที่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานได้ขนาดนี้


น้ำพระทัยของพระองค์ท่านที่มีต่อผู้คนนั้นไม่ได้เป็นเหมือนบ่อน้ำบ่อเล็กๆ..

ทว่าเป็นเหมือน มหาสมุทร..


มหาสมุทรที่มองไปสุดลูกหูลูกตาก็ยังไม่เห็นขอบเขตสุดสิ้นของมัน..


ฉันถึงอยากจะบอกช้อยว่า ฉันสะท้อนใจที่ได้ยินความคิดของคนกลุ่มนี้

แต่ก็ไม่เศร้าโศกเสียใจ เกลียดแค้นใดๆกับคนกลุ่มนี้เช่นกัน..

เชื่อว่า คนอย่างพ่อเพิ่ม คุณเปรม ตาอ้น ตาอั้น ตาอ๊อด..

ก็จะคิดและรู้สึกไม่ต่างจากฉัน


ที่ความคิดเหล่านั้น กลับจะทำให้เรารักพระองค์ท่านมากขึ้น

และที่รักนั้น ไม่ได้เป็นรักอย่างบอดเขลา เพราะใครเขาบอกให้รักก็ค่อยรัก

แต่รักเพราะได้รู้ ได้เห็น ในสิ่งที่เกิดจากพระราชจริยวัตรที่พระองค์ท่านมี..ที่พระองค์ท่านเป็นตลอดมา


การที่คนกลุ่มนั้นคิดแบบนั้น.. ก็มีแต่จะทำให้คนอย่างเราๆ..เข้มแข็ง


เพราะ..


มีแต่ความรักที่ยิ่งใหญ่เท่านั้น ที่ทำให้คนเราเข้มแข็งได้มากขนาดนี้..


ความรักที่ยิ่งใหญ่ จากคนตัวเล็กๆ.. แต่มากมาย.. มากมายเหลือเกินช้อย..


ถ้าช้อยจะถามฉันว่า ความรักที่ยิ่งใหญ่นั้น วัดได้จากอะไรบ้าง..

ฉันเองก็คงตอบช้อยไม่ได้เหมือนกัน แต่นึกเอาเองได้ตอนนี้ว่า

มันก็คงจะคล้ายๆกับภาพที่เห็นเมื่อครั้งที่พระองค์ท่านมีพระชนมายุครบ 80 พรรษา

ที่ใครๆต่างก็มาร้องคำว่า "ทรงพระเจริญ" นั่นเอง


ท้ายนี้ฉันมีเพลงที่รู้ว่าช้อยอยากฟังมาฝาก หายากพอดู

แต่โชคดีที่ฉันพอมีเลยเอามาปันกันได้..



แต่ช้อยอย่าเปิดดังนักนะ ถึงเราไม่คิดแค้นใดๆคนพวกนั้น


แต่เขาคิดอย่างไรนั่นเราก็ไม่รู้! เผลอเปิดดังไป ได้ยินแล้วพาลหงุดหงิดจะมาปิดวิทยุของช้อยซะเปล่าๆ!



พลอย..."

บังเอิญเหลือเกินที่อยู่ๆคิดถึงนิยายเล่มแรกๆที่ได้อ่าน ประจวบกับเป็นวันนี้ วันดี เอามาแบ่งปันค่ะ

http://www.oknation.net/blog/print.php?id=267453






วันจันทร์, พฤษภาคม 03, 2553

จะทำอะไรได้บ้าง

บางทีคิดว่า นั่งหน้าจออย่างนี้ จะทำอะไรได้บ้าง
ตัวนิดเดียว ออกไปทำไรใครก็ไม่ได้
หลายหนที่ได้อ่านFW ต่างๆที่หมิ่นในหลวง
เพื่อนพ้อง พี่น้องหลายคนส่งต่อ
โดยที่บางทีเราลืมไปว่า
มันคือดาบสองคม
อย่างเราๆท่านๆ อาจคิดว่าไอ่คนอย่างนี้ต้องประนาม
ให้มันหมดไปจากสังคมไทย
เราเห็นด้วยที่จะต้องประนาม แต่ยังติดใจว่า บางครั้งข้อความที่เราส่ง
มันจะทำให้คนบางกลุ่มเชื่อตามที่พวกพวกนั้นเขาบอกไหม

เชื่อว่ามี ถึงไม่มีก็ไม่ควรเสี่ยง เลยรวมสมัครพรรคพวกทำGrop เล็กๆขึ้นมา

ช่วยกันหยุด!! Stop Forward, Stop Share ,Stop Post ...webหมิ่นสถาบัน
แนวคิดคือ ถ้าเราเจอเวปพวกนี้ แทนที่เราจะเอาข้อความพวกนั้นFWต่อ เราก็สามารถแจ้งกับทางหน่วยงานที่รับแจ้งได้

ถามว่าทำไมเรื่องพวกนี้ จึงเกิดขึ้นในช่วงนี้ ถามสติปัญญาอันน้อยนิดของเรา
คิดว่า อาจจะเป็นเพราะเราตื่นตัวกันช้า และประมาทในการข่าวของฝ่ายตรงข้ามมากเกินไป

เราคิดว่า คนไทยเราจะมีจิตใจมั่นคงพอ คิดว่าเราจะเข้มแข็งพอ
แต่ลืมไปว่า พวกนี้เข้าถึงตัว จานดาวเทียมติดถึงบ้าน(ฟรีๆ)
ชาวบ้านถ้าว่างจากงาน ก็เปิดดูกัน บางบ้าน ดูกันทั้งวันทั้งคืน!!!
ก็ไม่แปลกที่เขาก็เขาเชื่อของเขา
รักของเขา แต่บางทีอยากจะถามสักคำว่า
แล้วคนที่ท่านเทิดทูนมาตลอดชีวิต เล่า เหนื่อยมาตลอดหลายสิบปีเล่า
ทำไมถึงลืมท่าน ทำไมถึงเชื่อเขา เขาทำอะไรให้จริงๆบ้างไหม

พูดไปก็เท่านั้นได้แต่หวัง ว่าเราจะเข้มแข็งพอให้ผ่านช่วงเลวร้ายของประเทศอย่างในเวลานี้ได้

ขอบคุณค่ะ




p.s.พบเบาะแสเวปที่ไม่สมควรนะคะ เบื้องต้น

web ICT สายด่วน 1212 รับแจ้งเว็บไม่เหมาะสม พร้อมอีเมล 1212@ mict.mail.go.th


สนักงานตำรวจแห่งชาติ :nectec
โทรศัพท์ 02-564-6900 ต่อ 2338 - 2340 โทรสาร 02-564-6901-3

**หมายเหตุ** ไหนๆเรียนกฎหมายแล้ว ขออ้างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้นิดนึง เพื่อจะบอกว่า
การกระจายข้อความหมิ่นนั้นนอกจากอาจทำให้เกิดการยั่วยุแล้ว มันมีโทษทางกฏหมายด้วยนะพี่น้อง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ บัญญัติว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี

อย่างไรจึงเรียก “หมิ่นประมาท”?

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒๖ผู้ใด ใส่ความ ผู้อื่น ต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่ น่าจะทำให้ ผู้อื่นนั้น เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือ ถูกเกลียดชัง ผู้นั้น กระทำความผิด ฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน หนึ่งปี หรือ ปรับไม่เกิน สองหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
แอ๊ดมึน

วันอาทิตย์, เมษายน 18, 2553

แนน ขี้ฟ้อง

เรื่องมันเริ่มจาก
https://twitter.com/Madpinkie/statuses/12329006137

RT @BomSquare: RT @prasithc @ladawan111: CNN เด็ด!!! เปิดโปงแดงล้มเจ้า
http://wp.me/pSWkz-1j (Cc. @Thaksinlive)
@Madpinkie อย่ายัดเยียดสื่อแบบนี้ถ้าคนมีสมองเขาจะวิเคราะห์ จัดทำได้ไร้มนุษยธรรมมากพวกขี้ข้าอำมาตย์อย่าดูถูกปชช.ใครคิดล้มเจ้าอย่าดึง ฟ้าต่ำ

วันพฤหัสบดี, ธันวาคม 10, 2552

แลกกับการได้รักเธอ


ฟังวิทยุออนไลน์ ที่ izeemusic

ศิลปิน : น้ำชา ชีรณัฐ
เพลง : แลกกับการได้รักเธอ

เนื้อเพลง แลกกับการได้รักเธอ

น้ำชา ชีรณัฐ - แลกกับการได้รักเธอ(Ost. ดื้อ สวย ดุ)
เนื้อร้อง กายสิทธิ์ วัฒนไชยา
ทำนอง,เรียบเรียง ปภัสศิลป์ คีตวงศ์วัชร์


บางครา...คำตอบที่ตามค้นหา ก็ว่างเปล่า
สัมผัสกับความรักได้เพียงเงา ชั่วครั้งชั่วคราว
แล้วเลยผ่าน กับวันเวลาที่พัดไป

แต่.. บางคน...ไม่เกี่ยวกับเหตุและผล
สักเท่าไหร่ กลับคงยังฝังแน่นในใจ
ยิ่งลึกลงไป แม้ความจริง ไม่มีวันได้รักกัน

ตลอดเวลาฉันรู้... ว่าเธอรักใคร
ตลอดเวลารู้ไหม... ว่าฉันรักเธอ
คนที่โชคชะตา ช่วยนำทางมาเจอ
แต่ไม่ให้เธอเป็นของฉัน หวังบนความผิดหวัง...
ยิ้มทั้งน้ำตา กอบเก็บวันเวลาที่มันเลยผ่าน
เก็บความในหัวใจ ให้อยู่แค่ในฝัน...แลกกับการได้รักเธอ

บางที... บางอย่างในชีวิตนี้... ก็วุ่นวาย
สิ่งที่เราได้รับมันมา และเสียมันไป
ให้หัวใจ บอกเราเองว่าคุ้มกัน

ตลอดเวลาฉันรู้... ว่าเธอรักใคร
ตลอดเวลารู้ไหม... ว่าฉันรักเธอ
คนที่โชคชะตา ช่วยนำทางมาเจอ
แต่ไม่ให้เธอเป็นของฉัน หวังบนความผิดหวัง...
ยิ้มทั้งน้ำตา กอบเก็บวันเวลาที่มันเลยผ่าน
เก็บความในหัวใจ ให้อยู่แค่ในฝัน...แลกกับการได้รักเธอ

ตราบมีลมหายใจ ให้ช่วยจำว่าฉัน... ไม่มีวันไม่รักเธอ

เพลงชื่อแลกกับการได้รักเธอ
ถ้าถามว่าเกี่ยวอะไรกับชีวิตแนน หรือไม่
ตอบแบบให้สงสัย คือตอนนี้ไม่ตรง
ความรักมันคุ้มค่ากับการแลกสิ่งใดๆกระนั้นหรือ
ประเด็นท๊อปของแนนเลย เราไม่สามารถรักใครถ้าไม่พอใจได้
แม้มันจะเจ็บปวดเท่าไหร่ก็ตาม
มันก็แลกได้ หากได้รักเธอ ก็ในเมื่อมันพอใจที่จะรักแล้วนี่นา

พี่ปรายเคยนำคำของคุณพนิดา ที่ใช้พูดกับยาขอบมาตีพิมพ์ลง
Pocket Book “LOVE LETTER”
(ชอบเล่มนี้มากอ่านตั้งแต่ปีสอง ถ้าออกสอบคงได้เกรียตินิยมไปแล้ว)


...ตอนจีบพนิดา ยาขอบมีเมียอยู่แล้วสี่คน
พนิดาเองทั้งรู้อยู่ต็มอก แต่ก็มีใจให้กับหนุ่ม สามสิบสองเมียสี่คนนี้อยู่ดี เธอเคยฉะอ้อนถามยาขอบว่า
"รู้ไหมคะ ทำไมดิฉันจึงรักคุณ"
ยาขอบได้ยินคำถามนี้ก็เป็นอึ้งไปเหมือนกัน เขาบอกกับคนอ่านว่า
"เราไม่ใช่คนรูปสวยรวยทรัพย์ หาคำตอบไม่ว่า
ใยเธอจึงมารักเรา จึงตอบอย่างโง่สุด แต่เป็นจริงที่สุดคือไม่ทราบ"
พนิดาตอบมาว่า "ถ้างั้นขอให้ทราบ"
แล้วเธอก็เอ่ยต่อไปด้วยน้ำเสียเจือสะอื้นว่า
"เมียมีอยู่ด้วยกันเดี๋ยวนี้ถึงสี่คน ยังมาเกี้ยวเขาได้นะใจคอ ...ฉันรักคุณเพราะฉันไม่รักตัวเองไงคะ"…
(Credit:http://prypansang.blogspot.com/2009/02/i-love-u-jakob.html)


ชอบเหลือหลายนะคำนี้ แต่ด้วยความคิดที่นำไปเถียงกับใครเขาหลายทีแล้ว
จริงๆแล้วแนนว่าพนิดานั้นรักตัวเองนั่นแหละ
ถึงได้เลือกที่จะรักยาขอบเพราะตนพอใจที่จะรัก แต่ก็เลือกแล้วที่จะรัก
แนนจึงถือว่าอย่างนี้เรียกว่า รักตัวเอง
แต่รักแบบไม่ถูกวิธีตามใจตัวเองมากไป จึงทำให้รักนั้นมันทรมาน
กรรมเวร เลยไปไหนซะไกลเลยศิรพร
เอาเถอะค่ะ ยังไงวันนี้ก็เพ้อแค่นี้ก่อนละกัน ขอรักดีๆ สถิตย์กับทุกคนค่า

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 29, 2552

ความทรงจำ ชั่วชีวิต(UP!!!)



ดูหนังเรื่องUP มา ใครนึกไม่ออก ก็ การตูน
เอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดของดิสนี่
เป็นเรื่องของลุง(ปู่ ดีกว่าเนอะ)

ที่พยายามทำความฝัน
ของสาวน้อยชั่วชีวิตของเขาให้เป็นจริง

ซึ่งทั้งหมด

แนนตีความว่า มันเป็นเรื่องอันเนื่องมาจากความรัก เป็นการตูนที่ศิรพร
น้ำตาไหลพรากๆกันตั้งแต่ตั้นเรื่องเลยทีเดียว เนื้อเรื่องนั้น แนนว่าไปดูกันเองดีกว่า


เอาหัวโตๆของแนนเป็นประกันเลยทีเดียว
แต่ที่อยากจะบอกคือ เรื่องนี้เป็นเรื่องของความรักครั้งแรกของปู่คนนี้ด้วย
ความรักครั้งแรก ที่กลายเป็นรักชั่วชีวิต ครั้งสุดท้ายของปู่แกซะด้วย
ถือว่าปู่แกเป็นหนึ่งในล้านทีเดียวที่มีรักครั้งแรก และครั้งเดียวชั่วชีวิต
แต่หลายคนรวมทั้งแนนด้วย ทีความรักครั้งแรกนั้น กลายเป็นแค่ความทรงจำไปเสียแล้ว

แต่ความทรงจำนั้นมันหล่อเลี้ยงชีวิตเราไว้
บางครั้งที่หวนคิด น้ำตาอาจไหลบ้าง แต่ในชั่วเวลาเหล่านั้น
ก็มีส่วนที่ทำให้เรายิ้มได้เสมอ อย่างน้อยๆ ก็เมื่อตอนรักนั้นได้เกิดขึ้น
เราไม่สามารถรักใครได้ ถ้าเราไม่พอใจที่จะรัก แนนยังคงเชื่อเช่นนั้น

ความทรงจำนั้นเป็นของติดตัว ของใคร ของมัน รักษาดีๆ ทุกอย่างมันทำให้เราเป็นเรา
ขอรักดีๆ สถิตย์กับทุกคนค่ะ